45 ปีกับตำนานหวงเฟยหง

 

ท่านหมอ ,อาจารย์ และจอมยุทธ์ เมื่อนำคำทั้ง 3 คำมารวมกันก็จะได้ชื่อปรมาจารย์กังฟูผู้เป็นตำนานของจีน นั่นคือ หวงเฟยหง

ในช่วงยุคปลายศตวรรษที่ 19 จนถึงต้นยุคศตวรรษที่ 20 หวงเฟยหง ได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ในตำนานของหน้าประวัติศาสตร์-วัฒนธรรมจีน เขาเป็นทั้งหมอที่คอยช่วยเหลือชาวบ้านและยังเป็นอาจารย์สอนกังฟูที่คอยชี้แนะแนวทางที่ถูกต้องให้กับลูกศิษย์ของเขาอีกด้วย

หวงเฟยหง เกิดเมื่อปี 1847(พ.ศ.2390) เขาเป็นลูกชายของ หวงฉีอิง 1 ใน 10 พยัคฆ์กวางตุ้ง และเชื่อกันว่าหวงเฟยหง ได้แต่งงานกับน้า 13 (เหมือนที่เราเห็นกันในภาพยนตร์) จนในปี 1924(พ.ศ.2467) หวงเฟยหงได้เสียชีวิตลงในวัย 77 ปี

พอมาถึงปี 1949(พ.ศ2492) หวงเฟยหงก็เข้าไปมีบทบาทในวงการภาพยนตร์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ตลาดหนังฮ่องกงกำลังซบเซาอันเนื่องมาจากผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ในขณะนี้เองที่เปิดโอกาสให้นักแสดงที่ผันตัวมาจากการเป็นดารางิ้วอย่าง กวานตั๊กฮิง ได้เข้ามาสวมบทบาทเป็น หวงเฟยหง ในซีรี่ส์หนังชุดนี้ถึง 99 เรื่อง ที่ตะบี้ตะบันสร้างกันขึ้นมาภายในเวลาแค่ 21 ปี (เรื่องสุดท้ายในปี 1970) แต่กวานตั๊กฮิงก็ยังไม่อ่อนระโหยโรยแรง เขายังคงแสดงหนังแนวคล้าย ๆ กันนี้อีกถึง 11 เรื่อง เรื่องสุดท้ายที่เขาแสดงเป็นหวงเฟยหงก็คือ Dreadnaught ในปี 1981(พ.ศ.2524)ของผู้กำกับหยวนวูปิง ที่มี หยวนเปียว แสดงนำ

ในชีวิตจริงนั้น ตั๊กฮิง ก็มีชีวิตที่คล้าย ๆ กับหวงเฟยหง เพราะเขาก็เคยทำงานอยู่ในร้านเภสัชมาก่อนและเขาก็ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญชำนาญวิชากังฟูอีกด้วย แต่น่าเสียดายใน ปี 1997(พ.ศ.2540) กวานตั๊กฮิง ได้เสียชีวิตลงในวัย 91 ปี

แต่ไม่ได้มีกวานตั๊กฮิงคนเดียวที่เคยถ่ายทอดตำนานของหวงเฟยหง ในช่วงยุคปี 1970-1980 ก็ยังมีนักแสดง 2 คนที่รับบทเป็นหวงเฟยหงในวัยหนุ่ม คนแรกคือ หลิวเจียฮุย(กอร์ดอน หลิว) ในหนังปี 1976(พ.ศ.2519)เรื่อง Challenge of the Master ของ ชอว์บราเดอร์ส(เรื่องนี้ยังไม่มีวางขาย) ซึ่งผู้กำกับ หลิวเจียเหลียง(เขาเป็นศิษย์สายตรงที่สืบทอดวิชากังฟูมาจากหวงเฟยหงอีกทอดหนึ่งเลยทีเดียว)ต้องการให้คนดูเห็นภาพการฝึกวิชาระหว่างหวงเฟยหงกับ Luk Ah Choy อาจารย์ในชีวิตจริงของเขา (แสดงโดย เฉินกวนไท่) อีกคนนึงที่มาแสดงเป็นหวงเฟยหงในวัยหนุ่มก็คือ เฉินหลง(แจ็คกี้ ชาน) กับหนังฮิตของเขา Drunken Master ในปี1978 (พ.ศ.2521)ของผู้กำกับ หยวนวูปิง ในสังกัด ซีแซนนอลฟิล์ม หวงเฟยหงเวอร์ชั่นนี้ เป็นหนุ่มจอมทะเล้น ที่พ่อของเขาส่งไปเรียนวิชาหมัดเมากับอาจารย์ ซึ่งเป็นลุงของเขา ยาจก ซู(หยวนเสี่ยวเถียน แสดงได้อย่างยอดเยี่ยมมาก)

ยกเว้นหนังเรื่อง Dreadnaught ที่ตั๊กฮิงแสดงเป็นหวงเฟยหงนั้น ไม่อยู่บนพื้นฐานความจริงเลย กับหนังแอคชั่นคอเมดี้ปี 1986(พ.ศ.2529)เรื่อง Millionaires’Express ของหงจินเป่า ในสังกัดโกลเด้นฮาร์เวสต์ ที่ได้ จิมมี่ หวังอยู่ มาสวมบทบาทเป็นหวงฉีอิง กับเด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ ที่รับบทเป็นหวงเฟยหงวัยเด็กนั้น ซึ่งกังฟูของหวงเฟยหงกับหวงฉีอิงในเรื่องนี้ ดูไม่ค่อยขาวสะอาด อย่างที่เราเห็น ๆ กันในหนังหวงเฟยหงเรื่องอื่น ๆ เลย

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ได้ชื่อว่ามีส่วนทำให้หวงเฟยหง กลับมายิ่งใหญ่ในวงการภาพยนตร์ได้อีกครั้งก็คือ สตีเว่น สปีลเบิร์กฮ่องกง “ฉีเคอะ” ในปี 1991(พ.ศ.2534) เขาเขียนบท อำนวยการผลิตและกำกับหนังเรื่อง Once Upon a Time in China ในหนังเรื่องนี้ ฉีเคอะ ได้ผสมผสานและสร้างสรรค์คิวบู๊สไตล์ใหม่ที่สร้างความประหลาดใจให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก ในอีกด้านหนังก็มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในช่วงระยะเวลาหนึ่งของประวัติศาสตร์จีนสอดแทรกมาด้วย ผู้ที่มาแสดงเป็นหวงเฟยหงนั้น ก็คือนักวูซูชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่ชื่อ หลี่เหลียนเจี๋ย ซึ่งตอนนี้เขาได้กลายเป็นดาราฮอลลีวูดไปแล้ว นับว่าหวงเฟยหงก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้หลี่เหลียนเจี๋ยได้กลายมาเป็นซูเปอร์สตาร์อย่างทุกวันนี้ โดยหลี่เหลียนเจี๋ยได้แสดงเป็นหวงเฟยหงในหนังชุดนี้ถึง 3 ภาค(และยังมีภาคพิเศษอีก 2 ภาค) ต่อมาจ้าวเหวินจั๋วก็ได้มารับช่วงต่อของหนังอีก 2 ภาค

ในปี 1992(พ.ศ.2535) Chin Kar Lok (เฉินเจียเล่อ)นักแสดง/สตั๊นท์แมนฮ่องกงได้มาสวมวิญญาณเป็นหวงเฟยหงใน Martial Arts Master Wong Fei-hung ส่วนนักร้องอย่างอลัน ทัมก็เคยมาสวมบทบาทเป็นหวงเฟยหงเหมือนกันในหนังเรื่องOnce Upon a Time A Hero in China และตามมาด้วย Master Wong vs. Master Wong ต่อมาในปี 1993(พ.ศ.2536) หยวนวูปิงก็ได้สร้างหนังหวงเฟยหงขึ้นอีกครั้งกับเรื่อง Iron Monkey แต่ตัวเอกกลับกลายเป็น หวงฉีอิง บิดาของหวงเฟยหง(แสดงโดยดอนนี่ เยน) ส่วนหวงเฟยหงในเรื่อง อายุเพียง 10 ขวบ รับบทโดยเด็กผู้หญิง (ซึ่งในชีวิตจริง ตอนนี้เธอเป็นแชมป์วูซูของแผ่นดินใหญ่ไปแล้ว)

ในปี 1994(พ.ศ.2537) เฉินหลงกลับมาแสดงเป็นหวงเฟยหงวัยละอ่อนอีกครั้งกับหนังภาคต่อ Drunken Master 2 โดยมีตี้หลุงมารับบทเป็นหวงฉีอิง ถึงแม้ตามความจริงแล้ว ตี้หลุงกับเฉินหลงจะอายุห่างกันเพียง 7 ปี แต่การแสดงที่ลื่นไหลของทั้งคู่ สามารถทำให้คนดูเชื่อถือได้ว่าพวกเขาเป็นพ่อลูกกัน และในภาคนี้ เฉินหลงได้กำกับคิวบู๊ร่วมกับหลิวเจียเหลียงอีกด้วย ฉากไฮไลท์คือฉากสุดท้ายที่หวงเฟยหงต้องต่อกรกับนักสู้ผู้เชี่ยวชาญเพลงเตะ Ken Lo(บอดี้การ์ดในชีวิตจริงของเฉินหลง) ถึง 10 นาที ฉากนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ในฉากต่อสู้ของหนังกังฟูที่ดีที่สุดตลอดกาล

เวลากว่า 45 ปีที่ผ่านมา หวงเฟยหงไม่ได้เป็นแค่สัญลักษณ์ของหน้าประวัติศาสตร์จีนเท่านั้น แต่เขายังเป็นสัญลักษณ์ของวงการภาพยนตร์จีนอีกด้วย นับได้ว่าเขาก็มีส่วมริเริ่มในการทำให้หนังแอคชั่นศิลปะการต่อสู้ที่เรียกกันว่า”หนังกังฟู”ให้เกิดขึ้นมา จนกลายเป็นรากฐานให้กับวงการหนังแอคชั่นในปัจจุบัน

หากหวงเฟยหงยังมีชีวิตอยู่ละก็ เขาคงไม่ได้เป็นแค่พระเอกในหนังจอเงินเท่านั้น แต่อาจจะได้ไปโผล่ในหนังจอแก้วด้วยก็เป็นได้….ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมผู้ชายที่เป็นทั้งหมอและนักศิลปะการต่อสู้คนนี้ จะกลายมาเป็น 1 ใน ตำนานที่สูงส่งที่สุดของหน้าประวัติศาสตร์โลกใบนี้ไป

เส้นสายการสืบทอดวิชากังฟูจาก Luk Ah-Choy ถึง หลิวเจียเหลียง
Luk Ah Choy (อาจารย์) ถ่ายทอดให้ หวงเฟยหง
หวงเฟยหง (อาจารย์) ถ่ายทอดให้ Lam Sai Wing
Lam Sai Wing (อาจารย์) ถ่ายทอดให้ Lau Charn
Lau Charn (พ่อ/อาจารย์) ถ่ายทอดให้ หลิวเจียเหลียง

โดย Somyos Thiamtawan supandpu@yahoo.com

ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s